Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ต้องการเรียนต่ออังกฤษ
March 10th, 2017
 

  ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ต้องการเรียนต่ออังกฤษ

ลักษณะภูมิประเทศ

พื้นที่ของประเทศประกอบไปด้วยพื้นที่เกาะ 2 ส่วนใหญ่ คือ เกาะใหญ่ ( Great Britain ) ซึ่งหมายถึงเกาะใหญ่ของอังกฤษ ที่รวมอาณาเขตของอังกฤษ ( England ) เวลส์ ( wales) และสก็อตแลนด์ ( Scotland ) ไว้ด้วยกัน และ เกาะไอร์แลนด์เหนือ ( Northern Ireland ) พื้นที่โดยรวมของประเทศประมาณ 240,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีเมืองลอนดอน ( London ) เป็นเมืองหลวงของประเทศสหราชอาณาจักร

รัฐ และเมืองสำคัญ

ประเทศสหราชอาณาจักร ( United Kingdom ) แบ่งเป็นเขต ( Region) ต่าง ๆ ได้อีก 14 เขต ดังนี้ 
1. Cumbria ได้แก่เมือง Keswick 
2. East Anglia ได้แก่เมือง Cambridge , Clacton, Colchester, Norwich , Old Harlow 
3. East Midlands ได้แก่เมือง Leicester, Nottingham 
4. Heart of England ได้แก่เมือง Cheltenham, Coventry , Shrewshury 
5. Greater London ได้แก่เมือง Beckenham, London , Richmond , Wimbledon 
6. Northumbria ได้แก่เมือง Durham , Newcastle Upon Tyne 
7. North West ได้แก่เมือง Chester , Manchester 
8. Scotland ได้แก่เมือง Aberdeen , Dundee, Edinburgh 
9. South ได้แก่เมือง Bournemouth, Portsmouth , Southampton 
10. South East ได้แก่เมือง Brighton/Hove, Canterbury , Eastbourne, Folktone, Hastings , Kent 
11. Thames and Chilterns ได้แก่เมือง Oxford , Reading , Windsor 
12. Wales ได้แก่เมือง Aberystwyth, Cardiff , Swansea 
13. West Country ได้แก่เมือง Bath , Bristol , Exeter , Exmouth, Sidmouth 
14. Yorkshine and Humberside ได้แก่เมือง Harrogate, Leeds, Scarborough

 ฤดูกาล และภูมิอากาศ

      อังกฤษ จัดอยู่ในเขตหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และฝนมักจะตกทางภาคตะวันตกมากกว่าภาคตะวันออก ฤดูกาลจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 ฤดู โดยแบ่งเป็นฤดูละ 3 เดือนดังต่อไปนี้ 
• ฤดูใบไม้ผลิ ( Spring) เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก เกือบทุกวัน บางวันอากาศอาจอบอุ่นด้วยแสงแดดในตอนเช้า และจะเปลี่ยนแปลงเป็นหนาวเย็นหรือฝนตกในช่วงบ่ายได้

• ฤดูร้อน ( Summer) จะเริ่มจากเดือนมิถุนายน – สิงหาคม อากาศส่วนใหญ่จะอบอุ่นตลอดวัน แต่อาจจะมีบ้างที่อากาศเย็น

• ฤดูใบไม้ร่วง ( Autumn) จะเริ่มจากช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน อากาศจะไม่หนาวมากนัก เพราะช่วงเดือนกันยายนยังจัดได้ว่าอากาศจะยังคงเหมือนช่วงฤดูร้อน อากาศจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ประมาณปลายเดือนตุลาคม

• ฤดูหนาว ( Winter) จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศภายในช่วงนี้จะหนาวมากที่สุด มีหิมะตกในบางพื้นที่ กลางคืนจะยาวกว่ากลางวัน และมืดเร็วกว่าปกติ

ระบบการศึกษาในเครือจักรภพอังกฤษ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ

  • ระดับประถมศึกษา
  • มัธยมศึกษา
  • อาชีวศึกษา
  • อุดมศึกษา

การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล สำหรับผู้ปกครองที่มีฐานะดีและมีรสนิยมสูงมักส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ส่วนนักเรียนต่างชาตินั้นมีสิทธิลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น

ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในราชอาณาจักร เริ่มต้นภาคแรก ในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ

  • ภาคต้น ( Autumn Term) เริ่มปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง ( Spring Term) เริ่มกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย ( Summer Term) เริ่มปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

 ระดับประถมศึกษา ( Preparatory School)

รับนักเรียนอายุ 5-13 ปี โดยการเรียนการสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะด้านตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามวัย

  • ระดับเตรียมประถมศึกษา ( Pre - Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 -7 ปี
  • ระดับประถมศึกษา (Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 -13 ปี

การศึกษาในระดับนี้จะมุ่งเน้นการเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อก้าวไปสู่การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาต่อไป

ระดับมัธยมศึกษา 
โรงเรียนมัธยมของเอกชน หรือ Public School รับนักเรียนตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก เป็นมูลนิธิหรือสถานประกอบการที่มิได้หวังผลกำไร โดยรายได้ของโรงเรียนนั้น มาจากค่าธรรมเนียมการศึกษาและเงินบริจาค โรงเรียนประเภทนี้มีให้เลือกทั้งแบบชายล้วน หญิงล้วน และสหศึกษา ทั้งแบบประจำและไป-กลับ มีโรงเรียนบางแห่ งเปิดสอนเฉพาะนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ทางด้านดนตรี กีฬาด้วย

ในระดับมัธยมศึกษาทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ได้กำหนดให้มีการสอบวัดผลความรู้ และความสามารถ การสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระซึ่งมี 5 คณะ ซึ่งผลการสอบดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในการสมัครเข้าระดับอุดมศึกษาได้ การสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

•  GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อนักเรียนมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนต้องเลือกสอบประมาณ 8-12 วิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F และ G นักเรียนที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้วุฒิบัตร สามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ " A" Level ได้ หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี

•  GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบวัดผลความรู้ของนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือกกว่า 50 วิชา โดยส่วนใหญ่จะสอบเพียง 2-3 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน คือ เลือสอบทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanities ผลการสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ A, B, C, D และ E ซึ่ง Grade ทั้ง 5 ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับพิจารณารับผู้ที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะรับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B สำหรับผลสอบ GCE "A" Level นี้เป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใชัในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

ระดับอาชีวศึกษา 
เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปที่ไม่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการเพียงคุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ในการทำงานสายอาชีพ สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษานี้ มีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน

สถาบันการศึกษาของรัฐบาล มีประมาณ 500 แห่ง เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ การโรงแรม 
การเกษตร วิศวกรรม ช่างเทคนิค ฯลฯ สถาบันการศึกษาของรัฐบาล ได้แก่

  • College of Further Education
  • College of Art
  • College of Commerce
  • College of Education
  • College of Technology
  • Technical College
  • Agricultural College

ในประเทศอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้วุฒิบัตรจาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสกอตแลนด์ จะได้รับวุฒิบัตรจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ คือ

•  First Certificate/Diploma (FC/CD) เป็นการศึกษาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนที่มีอายุเกินกว่า 16 ปี โดยจะได้รับประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรืออาจจะไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะทำงานในสายวิชาชีพต่างๆ เป็นหลักสูตรการศึกษา 1 ปี เมื่อเรียนจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไปได้

•  National Certificate/Diploma (NC/ND) เป็นการศึกษาในสายวิชาชีพที่ทีคุณวุฒิสูงกว่า FC/FD ใช้ระยะเวลาในการศึกษา 2 ปี โดยรับผู้ที่มีคุณวุฒิ FC/FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับ NC/ND นี้ นอกจากจะมีวุฒิบัตรวิชาชีพแล้ว ยังเทียบได้กับ GCE "A" Level ด้วย และหากได้คะแนนดีมาก ก็สามารถเรียนต่อในระกับปริญญาตรีได้ด้วย

•  Higher National Certificate/Diploma (HNC/HND) เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา ใช้ระยะเวลาในการเรียน 2 ปี และถือว่าการศึกษาในระดับนี้เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษาด้วยเช่นกัน หลักสูตรนี้รับสมัครผู้ที่จบการศึกษา NC/ND หรือผู้มีคุณวุฒิ GCSE 3 วิชา + GCE "A" Level 1 วิชา ผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้เทียบเท่ากับอนุปริญญาของไทยแต่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี 1 ชั้น ทั้งนี้สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีโดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี แต่ผลการเรียนจะต้องอยู่ในขั้นดีเยี่ยม

สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน ควรเลือกสถานศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก The British Accredition council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นสถาบันที่มีการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้ สำหรับวุฒิการศึกษาที่ได้รับ จะได้เพียงประกาศนียบัตรเท่านั้น

สถาบันการศึกษาของเอกชน ได้แก่

•  Tutorial College ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นหนักเฉพาะวิชาที่สอบ GCSE และ GEC "A" Level เปิสอนนักเรียนเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลและจำกัดจำนวนนักเรียนในแต่ละหลักสูตรด้วย ดังนั้นนักเรียนจะมีโอกาสซักถามข้อสงสัยอย่างใกล้ชิด และไม่ต้องเสียเวลาเรียนวิชาอื่น หากไม่ได้ใช้ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยปกติจะใช้เวลาเรียน 2 ปี ก็สามารถสอบ GCSE และ GCE "A" Level ได้ นอกจากนี้สถานศึกษาบางแห่งอาจมีหลักสูตรคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ เลขานุการ

•  College หรือ College of Higher Education เป็นสถาบันการศึกษาเอกชน เปิดสอนสาขาวิชาต่างๆ เช่น บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ บัญชี วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งจะได้รับคุณวุฒิประกาศนียบัตร BTEC First หรือ Higher National Diploma (FD/ND/HND)

•  Secretarial College สอนวิชาพิมพ์ดีด ชวเลข ธุรกิจ เลขานุการ และงานทั่วไปเกี่ยวกับสำนักงาน สำหรับสถานศึกษาประเภทนี้ ให้คุณวุฒิประกาศนียบัตรของโรงเรียนเอง หรือ Pitman หรือ London Chamber of Commerce โดยทั่วไปใช้เวลาในการศึกษา 1 ปี บางแห่งจะมีหลักสูตรเร่งรัดใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี หรือ 2 ปี เนื่องจากรัฐบาลของอังกฤษไม่ได้รับรองวิทยฐานะสถานศึกษานี้ ทางสถานศึกษา ได้พยายามจัดหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนไปสอบประกาศนียบัตร ของสมาคมวิชาชีพต่างๆ เช่น 
- Royal Society of Arts 
- London Chamber of Commerce and Industry

ค่าเล่าเรียน (โดยประมาณ)

ค่าเล่าเรียน / ปี อังกฤษ GBP$
ภาษาอังกฤษ 8,000 - 12,400
มัธยมศึกษา 7,000 - 12,000
ประกาศนียบัตร/อนุปริญญา 7,700 - 15,000
ปริญญาตรี : ศิลปศาสตร์ 8,200 - 12,000
ธุรกิจ 9,600 - 13,500
วิทยาศาสตร์/วิศวกรรม 9,000 - 25,000
ปริญญาโท :ศิลปศาสตร์ 8,200 - 12,000
ธุรกิจ 10,000 - 37,000
วิทยาศาสตร์/ วิศวกรรม 9,500 - 22,500
ปริญญาเอก 10,000 - 22,500
ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก, อาหารและการเดินทาง 9,000 - 12,000
(ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 
นักเรียน นักศึกษาควรสอบถามเพิ่มเติมจากสถาบันที่ต้องการศึกษาต่อ)

Accommodation/Visa ที่พักและวีซ่า

รูปแบบของที่พักสำหรับนักศึกษาต่างชาติ  จะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล  แต่สำหรับที่พักชั่วคราวในช่วงแรก  ควรให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดหาที่พักให้เนื่องจากที่พักส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้สถานศึกษา  ทำให้ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนที่เรียนในสถาบันเดียวกัน  ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเดินทางน้อย  จึงมีเวลาทำความคุ้นเคยกับท้องถิ่นใหม่ๆ  และจะได้พักอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย 
โดยทั่วไปแล้วที่พักที่ทางสถาบันจัดหาให้จะมีราคาไม่แพง  โดยปกติค่าเช่าที่พัก  หรืออพาร์ตเมนท์ของมหาวิทยาลัยแบบไม่รวมอาหารจะอยู่ในช่วงประมาณเดือนละ $180-$360  แต่ถ้ารวมอาหารด้วย  จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนละ  $360-$600  ส่วนห้องแบ่งเช่าในบ้านจะอยู่ในช่วงเดือนละ  $200-$380 ในขณะที่นักศึกษาซึ่งพักอาศัยกับครอบครัว(รวมอาหารแล้ว) จะเสียค่าใช้จ่ายในช่วงเดือนละ $450-$550  ราคาแฟลต 1 ห้องนอนใจกลางเมืองลอนดอนมีตั้งแต่ $800-$1000 ต่อเดือน  อย่างไรก็ดีนักศึกษาสามารถหาที่พักถาวรได้ในภายหลัง  โดยสามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการศึกษา หรือหาด้วยตัวเอง  รูปแบบของที่พักก็มีทั้งของเอกชน  และหอพักของสถาบันการศึกษา  ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว  สถาบันการศึกษาหลายแห่งจะรับประกันที่พักสำหรับนักศึกษาในปีแรก 
สำหรับหอพักนักศึกษา  จะมีทั้งแบบห้องนอนส่วนตัวและแบบที่ต้องอยู่ร่วมกับนักศึกษาอีกคน  ส่วนห้องน้ำมักเป็นห้องน้ำรวม  แต่สถาบันหลายแห่งก็มีห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว  สำหรับนักศึกษาปริญญาโท หรือนักศึกษาผู้ใหญ่  หอพักบางแห่งอาจมีอาหารเช้าและเย็นจัดไว้ให้ด้วย  แต่บางแห่งนักศึกษาจะสามารถทำอาหารเองได้โดยใช้ครัวร่วมกับนักศึกษาคนอื่น  นอกจากนี้ยังมีสถาบันการศึกษาบางแห่ง  ที่มีบ้านสำหรับนักศึกษากลุ่มเล็กๆ  หรือแฟลตสำหรับนักศึกษาที่มีครอบครัวแล้ว

วีซ่านักเรียน


คุณสมบัติในการขอวีซ่านักเรียน 
- ต้องแสดงให้เห็นว่าท่านได้รับการตอบรับในการเข้าศึกษา ในหลักสูตรการศึกษาของสถาบันที่ได้จดทะเบียน และได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของสหราชอาณาจักร
(ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dfes.gov.uk/providersregister)
- ท่านต้องแสดงให้เห็นเห็นว่ามีความตั้งใจที่จะออกจากประเทศอังกฤษเมื่อท่านศึกษาสำเร็จ
สามารถขอแบบคำร้องวีซ่าได้ที่ไหน 
- ขอแบบคำร้องวีซ่าและยื่นแบบคำร้องได้ที่  ศูนย์รับแบบคำร้องวีซ่าอังกฤษ(ชั้น 2 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าท์ ใกล้รถไฟฟ้าราชดำริ) หรือ ดาวน์โหลดจาก www.vfs-uk-th.com/images/VAF3.pdf โดยใช้แบบคำร้อง VAF-3

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นแบบคำร้องวีซ่าอังกฤษ 
1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา ซึ่งเหลืออายุการใช้งานได้เกิน 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าทุกเล่มที่มี 
2. แบบฟอร์ม VAF3 หรือ VAF 1 กรอกรายละเอียดครบถ้วนด้วยภาษาอังกฤษ และลงลายมือชื่อด้วยตนเอง 
3. รูปถ่าย รูปถ่ายหน้าเต็ม ไม่สวมแว่นตาดำ หมวก และไม่มีสิ่งปกคลุมตามศีรษะ (ยกเว้นกรณีต้องใส่ตามศาสนา) จำนวน 1 รูป
4. หลักฐานส่วนบุคคล 
สำเนาบัตรประชาชน ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส/ใบหย่า ทะเบียนบ้าน 
5. หลักฐานการศึกษาที่ผ่านมา 
6. หนังสือตอบรับจากสถาบันที่ต้องการไปศึกษาในสหราชอาณาจักร 
7. หลักฐานการชำระค่ามัดจำหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง 
8. หลักฐานทางการเงินของผู้สนับสนุนทางการเงิน 
9. หลักฐานที่พักอาศัยระหว่างการศึกษา ระบุชื่อ ที่อยู่ หรือ สัญญาเช่า 
10. เอกสารผลตรวจสุขภาพ 
ผู้ที่อยู่เกิน 6 เดือน หรือ มีอายุ 11 ปีขึ้นไป จะต้องขอใบรับรองการปลอดเชื้อวัณโรคจาก IOM
11. ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
12.ยื่นเอกสารขอวีซ่าด้วยตนเอง  พร้อมสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปดิจิตอล ได้ที่ศูนย์รับแบบคำร้องวีซ่าอังกฤษ  ชั้น 2

ค่าวีซ่า

Visitor Visa (up to 6 months) 3,686 THB
Special Visitor : Student Visiton (up to 6 months) 3,886 THB
Tier 4 (general) Student  8,410 THB

 

การทำงานระหว่างการศึกษา 
- นักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร ในหลักสูตรเต็มเวลาเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำงานได้ 20 ชม./สัปดาห์ในช่วงเปิดการศึกษา หรือทำงานแบบไม่จำกัดชั่วโมงในช่วงปิดภาคการศึกษา
- บุคคลใดก็ตามที่ทำงานในสหราชอาณาจักร จะต้องชำระภาษี ดังนั้นเมื่อนักศึกษาสามารถหางานทำได้   ต้องสมัครเพื่อขอหมายเลขประจำตัว NI ที่สำนักงาน Benefits Agency ในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอาจใช้เวลา 16 สัปดาห์จึงจะได้รับหมายเลขประจำตัว

 

จะยื่นขอวีซ่าเมื่อไหร่? 

ท่านสามารถยื่นขอวีซ่าทุกประเภทได้ล่วงหน้า 3 เดือนจากวันที่ท่านต้องการเดินทางไปสหราชอาณาจักร เราไม่แนะนำให้ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่ายืนยันการเดินทางก่อนได้รับวีซ่า 

ยื่นขอวีซ่าอย่างไร?

ขั้นตอนที่ 1 – ตรวจสอบว่าท่านต้องขอวีซ่าหรือไม่ 

ไปที่หน้า 'Do I need a visa' ในเวปไซต์ของ UK Border Agency เพื่อดูว่า ท่านต้องขอวีซ่าหรือไม่ ถ้าต้องขอ ท่านควรจะทำตามขั้นตอนด้านล่าง เราไม่แนะนำให้ท่าน ยืนยันการเดินทางก่อนได้รับวีซ่า


ขั้นตอนที่ 2 – อ่านข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าที่ท่านต้องการยื่น 

ก่อนตัดสินใจยื่นวีซ่าประเภทใด ท่านควรทำความเข้าใจกับข้อมูลของวีซ่าประเภทนั้น และกฎการเข้าเมือง

ขั้นตอนที่ 3 – กรอกใบคำร้องขอวีซ่า 

ท่านควรยื่นใบคำร้องขอวีซ่า 1 ใบสำหรับแต่ละบุคคล รวมถึงเด็กด้วย

ท่านสามารถกรอกใบคำร้องขอวีซ่าได้ 2 วิธี แต่สำหรับวีซ่าไปอยู่ถาวร, วีซ่านักเรียนแบบ Tier 4 และผู้ติดตามควรกรอกแบบคำร้องออนไลน์เท่านั้น 
แบบคำร้องขอวีซ่าออนไลน์
กรอกใบคำร้องขอวีซ่าจากระบบออนไลน์
ท่านควรจะแน่ใจว่าเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงตามวัตถุประสงค์การเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง 
ส่วนที่ 1 และ 2 มีความสำคัญต่อการพิจารณาคำร้องขอวีซ่า ดังนั้นข้อมูลในส่วนนี้ต้องมีความถูกต้องสมบูรณ์
พิมพ์ใบคำร้องของท่านทุกหน้าบนกระดาษที่มีคุณภาพดี และข้อมูลสมบูรณ์ครบถ้วน(ไม่เกินจากหน้ากระดาษ) จากกนั้นนำไปยื่นที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า และอย่าลืมเซ็นต์กำกับ.
หลังจากท่านเก็บข้อมูล และส่งแบบฟอร์มออนไลน์แล้ว ท่านจะได้รับอีเมล์พร้อมกับหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย GWF ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงในอนาคต. 
แบบคำร้องขอวีซ่า
ท่านสามารถดาวน์โลดใบคำร้องขอวีซ่า โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ท่านควรพิมพ์ใบคำร้องขอวีซ่าบนกระดาษคุณภาพดี และมีข้อมูลครบถ้วน (ไม่เกินจากหน้ากระดาษ)
กรอกใบคำร้องขอวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษด้วยปากกาสีดำหรือสีน้ำเงิน และเซ็นต์กำกับ ท่านควรจะแน่ใจว่าท่านกรอกทุกส่วนของใบคำร้องอย่างถูกต้อง ถ้าท่านกรอกผิด ควรจะแก้ไขข้อมูลนั้นพร้อมเซ็นต์กำกับ

ขั้นตอนที่ 4 – การเตรียมเอกสาร 

ท่านต้องยื่นเอกสารตัวจริงพร้อมสำเนา ถ้าท่านไม่ยื่นเอกสารตัวจริง ใบคำร้องของท่านอาจล่าช้า หรือถูกปฏิเสธ ท่านต้องยื่นเอกสารประกอบพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ เอกสารแปลต้องยื่นพร้อมเอกสารต้นฉบับเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

ขั้นตอนที่ 5 – การนัดหมายเพื่อยื่นขอวีซ่า

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าทุกคน (ยกเว้นผู้ที่ยื่นขอ right of abode / certificate of entitlement, overseas territories และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี) ต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอังกฤษในกรุงเทพฯ เพื่อสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป ถ้าท่านปฏิเสธที่จะสแกนลายนิ้วมือ และถ่ายรูป เราจะไม่รับใบคำร้องขอวีซ่าของท่าน

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าสามารถจะนัดหมายออนไลน์เพื่อยื่นใบคำร้องที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า หรือไปยื่นที่ศูนย์ฯ ตามระบบคิว 


ขั้นตอนที่ 6 – ชำระเงินค่าวีซ่า

ค่าธรรมเนียมวีซ่า 
ค่าธรรมเนียมต่อไปนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ = 55 บาท ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 ประเภทวีซ่า

( ไทย บาท )

 ประเภทวีซ่า- Visit

วีซ่าท่องเที่ยว เข้าออก 1 ครั้ง,2 ครั้ง หรือ หลายครั้งภายใน 6 เดือน

3685

วีซ่าท่องเที่ยว เข้าออก ภายใน 1 เดือน (เฉพาะสัญชาติอินเดียเท่านั้น)

2530

วีซ่าท่องเที่ยว ธุรกิจ เข้าออก หลายครั้ง 1 หรือ 2 ปี

11825

วีซ่าท่องเที่ยว ธุรกิจ เข้าออก หลายครั้ง 5 ปี

22000

วีซ่าท่องเที่ยว ธุรกิจ เข้าออก หลายครั้ง 10 ปี

27500

วีซ่าเยี่ยมญาติ

3685

วีซาธุรกิจ

3685

วีซ่าเพื่อแต่งงาน

3685

วีซ่าไปรับการรักษาพยาบาล

3685

วีซ่านักเรียน(หลักสูตรสั้นๆ,หลักสูตรระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือน)

3685

วีซ่า transit เข้าเมือง

2530

ขั้นตอนที่ 7 – ยื่นคำร้องที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า

ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่
อาคารเดอะ เทรนดี้ ชั้น 28 
ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ 
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

เวลาทำการ


เวลายื่นใบคำร้องขอวีซ่า – การนัดหมายล่วงเวลา:

วันจันทร์ถึงวันศุกร์
08:30-15:00

เวลายื่นใบคำร้องขอวีซ่า – เปิดนอกเวลาทำการ (มีค่าบริการเพิ่มเติม):

วันเสาร์ 
08:30-12:00

เวลาการพิจารณาและส่งเอกสาร:

วันจันทร์ถึงวันศุกร์
10:00-16:00
วันเสาร์
08:30-12:00 

 

เว็บไซต์ : http://www.vfsglobal.co.uk/thailand/vfsglobalintroduction.html 

ท่านจะต้องยื่นใบคำร้องด้วยตนเองเพื่อสแกนลายนิ้วมือ และถ่ายรูป

ท่านควรจะต้องนำเอกสารเหล่านี้มาในวันยื่น:
หนังสือเดินทางฉบับปัจจุบัน ที่มีรายละเอียดตรงกับข้อมูลในใบคำร้องขอวีซ่าของท่าน โดยต้องมีหน้าว่างสำหรับแปะวีซ่าอย่างน้อยหนึ่งหน้า

  • เงินค่าวีซ่า
  • รูปถ่ายปัจจุบัน
  • แบบคำร้องขอวีซ่าที่กรอก และเซ็นต์กำกับเรียบร้อยแล้ว
  • เอกสารประกอบใบคำร้องขอวีซ่า

โปรดทราบ: ท่านจะไม่สามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมหลังจากยื่นใบคำร้องที่ศูนย์รับคำร้อง ขอวีซ่าแล้ว เราจะพิจารณาเฉพาะเอกสารที่ท่านยื่นพร้อมกับใบคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น


ขั้นตอนที่ 8 – รอผลวีซ่า

ท่านสามารถติดตามสถานะของใบคำร้องขอวีซ่าของท่านได้จากหน้าเว็บไซท์ http://www.vfs-uk-th.com

ขั้นตอนที่ 9 – การรับผลวีซ่า

ท่านต้องใช้ใบเสร็จเพื่อที่จะรับผลพร้อมเอกสารที่ท่านยื่นประกอบใบคำร้องขอวีซ่า ท่านอาจให้ผู้อื่นไปรับผลแทนได้ แต่จะต้องแสดงใบมอบฉันทะ พร้อมกับเอกสารแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบขับขี่ ท่านอาจจะให้ทางศูนย์รับคำร้องฯ ส่งเอกสารคืนท่านผ่านทาง courier service.

<< Back

     
 
บริษัท เจ เอส อาร์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา รามอินทรา (ห้อง 309/2 ชั้น 3) เลขที่ 109/10 ถนนรามอินทรา
แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน  กรุงเทพฯ 10220    TEL: 66-2-973-6879    FAX: 66-2-973-6878
© 2010-2011, JSReducation.com. All Rights Reserved l Provided by Bizidea Co., Ltd.